| • net •'s profile*¤°(¯`°.•°•.★*--i_moo_ne...PhotosBlogLists | Help |
*¤°(¯`°.•°•.★*--i_moo_net--*★ .•°•.°´¯)*¤°*¤°(¯`°คิดถึงเค้าคนนั้นอีกแล้ว°´¯)*¤° September 29 The Day Of NETTOบางทีการแอบชอบก็คงเหมือนกับ"การวิ่งแข่ง"
ยิ่งเราวิ่งตามเค้าเค้าก็ยิ่งวิ่งห่างเราออกไป
แต่ถ้าเราหยุดวิ่ง มันก็ไม่ได้หมายความว่าเค้าจะหยุดรอเราหรอก....?
การวิ่งตามทั้งที่โอกาสจะตามทันแทบจะไม่มี
แต่เราก็เลือกที่วิ่ง วิ่งแม้ร่างกายจะบอกพอแล้ว หยุดได้แล้ว เหนื่อยแล้วนะ
แต่หัวใจกลับสั่งให้วิ่งต่อไป
เราควรเลือกจะเชื่อร่างกาย หัวใจ หรือตัวเราเอง...?
บางคนบอกเราควรเชื่อหัวใจ ถ้าชอบก็ออกวิ่งต่อไป
บางคนบอกควรเชื่อร่างกาย ถ้าเหนื่อยก็หยุดพัก คิดทบทวนหัวใจตัวเอง
แต่บางคนกลับบอกเชื่อตัวเองดีที่สุด
ฟังดูเหมือนจะง่ายนะ เชื่อตัวเอง
เพราะแม้แต่ตัวเองก็ยังไม่รู้เลยว่าตัวเองต้องการอะไร ...?
เคยหยุดคิดทบทวนหัวใจตัวเอง เพราะร่างกายมันเหนื่อย มันบอกให้พอ
แต่ไม่นานหัวใจกลับมามีอิทธิพลสั่งให้ออกวิ่งต่อ
แล้วก็เหมือนครั้งนี้มันจะไม่ยอมหยุดวิ่งง่ายง่าย
หลายคนอาจมองว่าเสียเวลาวิ่งตามทำไมคนแบบนี้
บางทีคนที่เราชอบอาจไม่ได้ดีในสายตาคนอื่น แต่ใช่ว่าในสายตาเราเค้าจะดีนะ
แต่เค้ามีจุดที่เราคิดว่าใช่ เราก็เลยชอบ
ตอนเด็กคุณครูเคยสอนความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น
แต่ตอนนี้คงต้องบอกว่าความพยายามอยู่ที่ไหน ความพยายามก็ยังอยู่ที่นั่น
แต่ก็นะ ชอบไปแล้วทำไงได้ก็คงต้องพยายามวิ่งต่อไป
หวังว่าสักวัน เค้าจะหยุดวิ่งหรือชะลอความเร็วลง
เพื่อให้เราได้วิ่งเข้าไปใกล้เค้าให้มากกว่านี้
แต่ก่อนเคยเชื่อว่าน้ำหยดลงหินสักวันหินมันจะกร่อน
แต่บางทีมันอาจจะไม่ก็ได้ เพราะหินยังไงก็คือหิน
มันอาจจะบาดตีน หรือทำเราหกล้มหัวคะมำ เมื่อไหร่ก็ได้ถ้าเราไม่ระวัง
จากเป็นคนที่ไม่เคยกลัว ไม่เคยแคร์กับอะไร
วันนี้กลัวเหลือเกินว่าตัวเองจะเจ็บจากบาดแผลที่เกิดจากก้อนหินก่อนวันที่มันจะกร่อน
ไม่แน่สิ่งที่เราคิดว่าเราพยายามมากแล้ว เราทำจนเหนื่อยแล้ว
สำหรับคนรับเค้าอาจจะคิดว่าสิ่งที่เราทำมันยังไม่ถึง 1%เลยด้วยซ้ำไป
เพราะงั้นเราคงต้องพยายามมากกว่าที่ผ่านมา
แต่ก็ไม่รู้หรอกนะว่ามันจะถึงวันไหน
การรอคอยอาจจะไม่มีระยะเวลากำหนดว่านานแค่ไหน
แต่มันก็มีวันสิ้นสุด อาจจะ 1วัน 1อาทิตย์ 1เดือนหรืออาจจะเป็นปี เป็นหลายปี
แต่ตอนนี้ในเมื่อเลือกที่จะวิ่ง
เลือกที่จะพยายามก็คงต้องทำให้ดีที่สุด
การให้บางทีถ้าเราไม่หวังสิ่งตอบแทน
มันก็อาจให้ความสุขเล็กๆน้อยๆกับเราได้
แต่ก็นะบางทีเราทำอะไรให้ใครไปมากๆเราก็อยากให้เค้าให้เรากลับมาบ้าง
แม้เล็กน้อยแต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้อะไรเลย
ถ้าชอบก็จงให้ แม้เค้าจะไม่เคยรู้สึกอะไรกับสิ่งที่รับไปเลยก็ตาม
แต่ก็เลือกแล้วที่จะชอบก็จงพยายามต่อไป
"สำหรับหลายคนที่แอบชอบใครอยู่ก็อยากบอกว่าสู้สู้นะ
แม้วันนี้จะไม่ใช่วันของเราและพรุ่งนี้ก็ไม่ใช่ วันต่อไปอาจจะใช่หรืออาจจะไม่ แต่ยังไงก็สู้สู้นะ
อย่าคาดหวังกับคำตอบในอนาคต แต่จงทำปัจจุบันให้ดีที่สุด
ถ้าเค้าไม่หันกลับมามองเราเลยก็คิดซะว่า
ยังดีที่มีโอกาสได้รู้จักเค้า ได้รู้ใจตัวเอง ได้ทำตามใจตัวเองบ้าง
มันก็น่าจะพอแล้วนะ ถ้ามันทำให้วันนี้ของเรามีความสุข
แต่ถ้าวันไหนรู้สึกไม่มีความสุขแล้ว เหนื่อยแล้วก็จงหยุด
หยุดทบทวนใจตัวเอง มองไปรอบๆตัวเรา สิ่งดีดีอาจกำลังรอเราอยู่ก็ได้
เป็นกำลังใจให้ตัวเองและทุกคนที่กำลังมีความรักนะ
สุขบ้าง เจ็บบ้าง ร้องไห้บ้าง คิดว่ารสชาติของชีวิต
ไม่มีใครร้องไห้ได้ทุกวัน หรือหัวเราะได้ทุกวันหรอก สักวันมันต้องมีวันของเรา"
" The Day Of NETTO "
สุดท้าย
มึงก็นะรู้ว่ามันหน้าม่อขนาดนี้มึงยังจะดื้อชอบมันอยู่ได้
คนดีดีอีกมากมายทำไมมึงไม่ชอบ
ไม่ใช่กูไม่ชอบคนดีนะ คนดีกูก็ชอบ
แต่ตอนนี้กูต้องการคนที่ใช่ คนที่ทำให้หัวใจกูยิ้มได้
แม่งผู้ชายทำไมเหมือนกันหมด ไม่ชอบแต่ให้ความหวัง
จริงใจแต่ไม่จริงจัง
กูก็บอกมึงแล้ว เจ็บแล้วไม่เคยจำ
ชีวิตมึงเจอแต่ผู้ชายแบบนี้ตลอด
ทำไมไม่ใช้บทเรียนในอดีตมาสอนปัจจุบัน
ถูก ผิด ดี ชั่ว กูรู้หมดแหละ แต่ทำไมกูไม่รู้จักจำ
ที่กูเจ็บอยู่ทุกวันนี้ไม่ใช่เพราะใครหรอก
เพราะตัวกูเองที่เลือกจะเจ็บ แทนการตัดใจ
< < < < < NET TO > > > > >
ตอนนี้กูอยากสอบเสร็จจัง
กูเหนื่อยกูอยากกลับบ้าน
กูจะพาหัวใจที่เหนื่อยล้ากลับบ้าน
กลับไปหาคนที่รักกูมากที่สุด
คนที่รักกูโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน
คนที่ไม่มีข้อแม้ใดใดในความหวังดี
แต่ตอนนี้กูคงต้องไปอ่านหนังสือซะที
เพราะกูอยากให้คนที่รักกูมากที่สุดเค้าภูมิใจในตัวกู
" ยิ้มเถอะ ยิ้มให้ความผิดหวัง ยิ้มเข้าไว้ แม้หัวใจจะยับเยิน "
September 17 ทางซ้ายก็ลาลันล้า ทางขวาก็ล้าลันลา everybody ลันลันลาทางซ้ายก็ลาลันล้า ทางขวาก็ล้าลันลา everybody ลันลันลา
วันเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมามีโอกาสไปพักผ่อนที่แพกาญจนบุรี
ครั้งนี้เป็นครั้งแรกก่อนเดินทางก็ตื่นเต้นมากมาย
พอไปถึงก็ต้องบอกว่าตื่นเต้นอีกมากมาย
แพที่ไปพักชื่อ"แพไกลบ้าน" ก็ไกลสมชื่อจริงๆ
นัดกันตอนเจ็ดโมงเช้า แต่มาสายโทษพี่คิม..อิอิ
รถออกจากแกลตอนเจ็ดครึ่ง
ผู้ร่วมโดยสารรถตู้คันเดียวกันมี พี่โจ๊ก พี่เพชร พี่โอ พี่จิ พี่กิจ พี่เอิน
แตงโม เติ้ง เน็ต น้องแก้วหม่อมพงศธร มหาศักดินา และน้องแม็ค (เรียงตามอาวุโส)
ไม่ผิดหวังจริงๆที่เลือกคันนี้ สนุกตั้งแต่รถออกจนถึงแพ ดูชื่อก็น่าจะรู้
ถึงแพประมาณบ่ายโมง แล้วก็เริ่มลากแพไปตามเขื่อนศรีนครินทร์
ถึงประมาณเกือบบ่ายสองก็เปลี่ยนเสื้อผ้ากระโดดน้ำทันที เล่นน้ำจนหกโมงเย็น
ขึ้นจากน้ำหิวข้าวมากกินข้าวเละๆกับต้มยำไก่ อารมนี้อะไรก็อร่อย
หลังจากนั้นก้เล่นป๊อกเด้งพี่หนุ่ยเป็นเจ้า
ไม่รู้แกเมาหรือใจดีอยากแจกตัง (แต่น่าจะเป็นอย่างแรกมากกว่า..อิอิ)
เพราะแต้มน้อยกว่าก็ได้ตัง แต้มมากกว่าก็ได้ตัง
เด็กค่ายยิ่งดึกก็ยิ่งคึก เมากันแทบทุกคนทั้งพี่ทั้งน้อง
กูเห็นแล้วไม่กล้ากินเลย สภาพแต่ละคนอยากถ่ายVDO ให้ดูจริงจริง
อยากรู้จะกล้าเมาอีกมั้ย
ใครที่ไม่ได้ไป ถ้าอ่านแล้วนึกภาพไม่ออกให้นึกถึง รพ.ศรีธัญญา
แล้วจะร้องอ๋อทันที
สรุปคืนนั้นนอกจากเล่นไพ่แล้วก็ไม่ได้ทำอะไรนอกจากนั่งดูคนบ้าคุยกัน55+
สนุกดีเข้านอนเกือบตี3อยากบอกว่านอนไม่ค่อยหลับหรอก
เพราะนอนข้างบันได เดี๋ยวคนนั้นคนนี้ขึ้นมา
ขึ้นมาเฉยๆไม่เท่าไหร่ อยากถามว่าจะตะโกนหาอะไรว่ะ คนจะนอน
ตะโกนไม่พอ ยังเหยียบกูอีก
หนักไปกว่านั้นยังต้องตื่นเช้าเพราะพี่โก้แกเดินขึ้นมาแล้วเตะกูซะงั้น กูละเซ็ง
คนเหี้_ไรว่ะไม่หลับไม่นอนยังรบกวนชาวบ้านอีก
สรุปตื่นแปดโมงมาล้างหน้า แปรงฟัน กินขนมปังกะนมข้นสองแผ่น
แล้วเล่นไพ่ตอแหล ต่อด้วยสลาฟแม่งเล่นห้าตากูเป็นสลาฟซะสี่ตา
ไพ่เชี่ยไรเนี่ยไม่มีขอบเลย แต้มสูงสุดแค่เจ็ดมันก็สมควรแล้วแหละ
เซ็งมากก็เลยกระโดดน้ำซะเลย
เล่นตั้งแต่9โมงจนสิบเอ็ดโมง
สรุปทริปนี้ไปเล่นน้ำของแท้ เอาจนหวัดแดกกันเลยทีเดียว
แล้วก็ขึ้นมากินข้าวกะผัดคะน้าที่อร่อยที่สุดในโลก เพราะหิวที่สุดในโลก 555
พอเที่ยงเที่ยงพี่เปี๊ยกเปิดไฮโลเอาทุกอย่างจริงจริง คนรุมตรึม
กูก็ด้วยแต่แป๊บเดียวเพราะพี่คิมแจกป๊อกก็เลยต้องมูฟตัวเองมาป๊อกเด้ง
และเอาอีกแล้วกูเป็นไรเนี่ยแจกไพ่คนป๊อกทั้งวง
แต่เจ้าป๊อก9สองเด้ง เลยต้องเรียกว่า"ป๊อกน้ำตา"
สรุปเสียตังไป50บาท เลยเลิก
เพราะแพมันโคลง ไม่เกี่ยวแต่เมาแพมากมาย
พอเกือบบ่ายสามเค้ามาลากแพกลับถึงฝั่งประมาณสามครึ่ง
เดินทางกลับกรุงเทพ รถโดยสารคันเดิม
พี่เพชรกะพี่โจ๊กทำเปรี้ยว เล่นสลาฟ เวียนหัวแทบอ้วก(สมน้ำหน้า..อิอิ)
แล้วเกือบห้าโมงเย็นแวะกินข้าวที่โลตัสกาญจนบุรี
เรียกมันว่าอาหารมื้อแรกในรอบสองวันนับแต่เก้าลงแพ มันคือความจริง
กลับถึงกรุงเทพโดยสวัสดิภาพ เวลาประมาณ ทุ่มนิดหน่อย
สรุปทริปนี้ขอ...
ขอบคุณพี่จั่วและคนกันยาทุกคน ถ้าไม่มีพวกเค้าคงไม่มีทริปนี้
ขอบคุณผู้ร่วมโดยสารรถตู้คันเดียวกัน
ขอบคุณ70ชีวิตที่ร่วมสร้างความสนุกกับแพไกลบ้าน
ขอบคุณคนเมาที่ทำให้กูไม่กล้าเมา
ขอบคุณแก้ว-สะ-ดาที่อยู่เคียงข้างตลอดการเดินทาง
ขอบคุณหนุยที่ให้ไปนอนบ้าน
"สุดท้ายกูรู้แล้วว่าทำไม1ปีเราต้องไปออกค่าย เพราะเป็นการไปทำความดีให้ชีวิต เพราะตลอดปีทุกคนนี้สุดๆจริงจริง"
"งานเลี้ยงต้องมีวันเลิกลา แต่มิตรภาพไม่มีเป็นเลิกลา มีแต่วันเติบโตและแน่นแฟ้น"
"รักนะ 24 ชั่วโมง"
...ค่ายอาสาพัฒนา...
ท้ายจริงจริงอยู่บนแพ 26ชั่วโมง ก็คิดถึงคนที่กรุงเทพตลอด 26ชั่วโมง
ทำไมกูต้องชอบเค้ามากขนาดนี้ด้วยว่ะ เฮ้อๆๆๆๆ
September 09 เธอที่ทำให้วันธรรมดาทุกทุกวัน กลายเป็นวันพิเศษเธอทำให้วันธรรมดาเช่นทุกวันกลายเป็นวันพิเศษ
วันนี้ก็คงเป็นอีกวันที่ไม่รู้จะทำไรเลยมานั่งอัพสเปด
วันนี้เป็นธรรมดาที่แอบตกหลุม...ใครบางคน
เข้าอย่างจัง(หลุมเบ้อเร่อ)
และรู้ว่าการแอบชอบบางเวลาก็แอบมีความสุขได้เหมือนกัน
การที่คนที่เราแอบชอบเค้าหันกลับมามองเราบ้าง
แม้จะนานๆครั้ง มันก็ทำให้เราแอบอมยิ้มได้ทั้งวัน
วันนี้ก็เป็นอีกวันที่รู้สึกว่าการที่เราชอบใครสักคน
มันมีความสุขอย่างประหลาดจริงๆ
และเริ่มมานั่งคิดยิ้มให้คนที่เราแอบชอบ
ที่เค้าเกิดมาให้เราชอบ แม้เค้าจะไม่เคยหันมามองเราเลยก็ตาม
แต่เราก็มีความสุขเวลาได้แอบมองเค้า
ยิ้มให้พรหมลิขิตที่บังเอิญอยากเล่นตลก
ให้เราและเค้ามาเจอกัน ให้เราชอบเค้าแต่เค้าไม่ชอบเรา
ยิ้มให้คำว่าว่าผิดหวังอย่างน้อยถึงมันจะเจ็บ
แต่มันก็ทำให้เรารู้จักคำว่ารัก
และอย่าโทษตัวเองที่ไปชอบเค้า
อย่าโทษที่เค้าไม่ชอบเรา
อย่าโทษพรหมลิขิตที่ขีดให้เรามาเจอกันแต่ไม่ใช่คู่กัน
อย่างน้อยเราก็ยังดีกว่าคนอีกหลายคน
ที่ไม่เคยรู้จัก แม้กระทั่งคำว่ารัก
" ยิ้มเถอะ ยิ้มให้ความผิดหวัง ยิ้มเข้าไว้ แม้หัวใจจะยับเยิน "
< < < < < NET TO > > > > >
August 26 เธอทำให้วันธรรมดาเช่นทุกวันกลายเป็นวันพิเศษคุณเคยมั้ยที่รู้สึกสุขจัยมากมายกับวันธรรมดาๆ....?
วันนี้ก็เป็นอีกวันที่กูออกจากบ้านและออกจากบ้าน ไม่มีอะไรพิเศษไปกว่าทุกวัน
แต่กูทำไมรู้สึกมีความสุขมากมายกว่าทุกวัน
เรื่องมันเริ่มจากเมื่อวานบอลน้องกูเองโทรมาให้ไปซ่อมโทรสับที่ฟอร์จูนเป็นเพื่อน
กูตื่นเต้นมากกูไม่ได้เจอหน้าน้องมาเดือนกว่าๆ
และดีจัยที่เวลามีเรื่องอะไรน้องก็ยังคิดถึงกูคนแรก
และแล้วกูก็กะตือรือล้นหาเส้นทางไปฟอร์จูน
และชวนแตงโมไปเป็นเพื่อน และคิดว่าพอเสร็จจะไปสยามต่อกะแตงโม
ตอนแรกอยากให้น้องไปด้วย แต่มันไม่ไปเสียจัยมากมาย
แต่ในที่สุดมันก็ไป เลยไปกินพิซซ่ากันที่สยาม โดยโทรชวนแก้วสะดามาด้วย
หลายคนอ่านอาจจะคิดว่ากูเพ้อเจ้ออะไรเนี่ย
ไม่เห็นมีไรน่าดีจัยตรงไหน
แต่กูดีจัยนะ กูไม่ได้เจอน้องมา 1เดือน วันนี้กูได้อยู่กะน้องเกือบ 5 ชั่วโมง
" กูรักน้องกูจัง "
ไม่รู้ทำไม คงเป็นเพราะเรามีกันแค่สองคน
ไม่รักมันกูจะไปรักใคร
บางทีก็รู้นะว่าน้องรำคาญที่โทรหาบ่อยๆ บ่นนั่นบ่นนี่
แต่ที่ทำไปทั้งหมดก็เพราะรักและห่วงใย
ก็ทำไงได้พ่อกับแม่สั่งให้ดูแลน้องให้ดีดี
เพราะมีกันอยู่แค่2คน
แต่กูก็แอบคิดเอานะว่าในความเฉยชาที่น้องกูแสดงออกมาน่ะมันมีความห่วงใยให้กูอยู่ด้วย
แต่มันเป็นธรรมดาของนิสัยเด็กผู้ชาย ขนาดกูยังไม่ชอบให้ใครมาจู้จี้กะกูเลย
เอาอะไรกะเทวดาประจำบ้านอย่างน้องกู
สุดท้ายและท้ายสุดสุด
หยุดกีฬามหาวิทยาลัยโลก 2 อาทิตย์
กูไปเยี่ยมค่ายโรตาแรคต์ ที่หนองคาย และไปเที่ยวเวียงจันทน์มา
สนุกและประทับใจมากมาย
เจอกันทริปหน้านะทุกคน
Bye...Bye July 18 เรื่องมันมีอยู่ว่า...กาลครั้งเมื่อไม่นานมานี้
มีเด็กหญิงหนึ่งคนออกเดินทางจากบ้านเพื่อตามหาความฝัน
ที่เธอคิดว่าคงสวยงามเหมือนในละครที่เธอชอบดู
แต่แล้วทุกอย่างกลับสวนทาง ณ ดินแดนแห่งนี้เธอพบแต่ความเดียวดาย
แต่เธอก็ยังไม่หยุดเธอคิดเสมอว่าความเดียวดายจะทดแทนได้ด้วยมิตรภาพ
เธอจึงออกเดินทางหา "มิตรภาพ"
.............................................................
เธอไม่รู้หลอกว่ามันมีหน้าตาอย่างไร รู้แต่ว่ามันสัมผัสได้ด้วยใจ
เธอออกเดินทางตลอดการเดินทางเธอพบกับอุปสรรคต่างๆมากมาย
อุปสรรคเหล่านี้เปรียบเสมือนบททดสอบที่เข้ามาทดสอบจิตใจของเธอ
ว่าถ้าเธอผ่านมันไปได้เธอจะเข้มแข็งขึ้น
และแล้วเธอก็ผ่านมันมาได้ จนมาพบกับอุปสรรคที่ชื่อ "ความรัก"
เธอเจ็บปวดกับมันมาก
เธอจึงออกเดินทางต่อ จนมาพบหมู่บ้านแห่งหนึ่ง
และเธอเลือกที่จะพักอาศัยรักษาตัวและใจที่บ้านหลังนี้
"ค่ายอาสาพัฒนา"
..................................................................
ในดินแดนแห่งนี้เธอได้สัมผัสกับความสุขและความทุกข์มากมาย
มีบททดสอบจิตใจและความเข้มแข็ง มาพิสูจน์จิตใจ ไม่เว้นแต่ละวัน
แต่เธอก็ผ่านมันมาได้ ด้วยมิตรภาพ
ที่เธอคิดว่าเธอได้สัมผัสมันแล้ว
แต่เธอก็ได้พบว่า"มิตรภาพ"ไม่ได้มีความสุขเพียงอย่างเดียว
มันยังแฝงไปด้วยบททดสอบจิตใจอีกมากมาย ที่ต้องผ่านไปให้ได้
จึงจะพบมิตรภาพที่แท้จริง
ในคำว่ามิตรภาพคงหมายถึงความเชื่อใจ
ไม่หักหลัง ยอมรับทุกการกระทำของกันและกัน
และให้อภัยซึ่งกันและกัน
.................................
แต่ถ้าวันหนึ่ง.....
เราหยิบยื่นมิตรภาพให้ใครไปด้วยความบริสุทธิ์ใจ
แต่กลับถูกทรยศต่อความรู้สึก
เราคิดว่าทุกคนคงไม่ต่างจากเธอคือคงผิดหวังและเสียใจมาก
ว่าความรู้สึกดีที่เรามีให้ใครสักคนด้วยความบริสุทธิ์ใจ
กลับกลายเป็นการให้ความหวังกับเค้าคนนั้นให้คิดเกินเลยกลับมิตรภาพที่เราหยิบยื่นให้
รู้ไว้เถอะว่าสิ่งที่คุณคิดและพูดออกมา
ทำให้เธอคนนั้นไม่กล้าแม้แต่จะหยิบยื่นมิตรภาพให้ใครอีกหลายคน
เพราะกลัวมันเป็นการให้ความหวัง
แม้ว่าตอนนี้เค้าคนนั้นจะพูดว่าไม่ได้คิดอะไรเกินเลยแล้ว
แต่เราก็อยากให้ทุกคนเข้าใจเธอด้วยว่า
ความรู้สึกที่มันเสียไปแล้วมันยากที่จะกลับมาเหมือนเดิม
หลายคนพูดว่าเวลาจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น
ถ้างั้นเธอก็อยากขอเวลาให้ตัวเองบ้าง
แต่เธอไม่สัญญาหรอกนะว่าทุกอย่างจะเหมือนเดิม
....................................................................
และสุดท้ายเธออยากให้ทุกคนรู้ไว้ว่าเธอรักบ้านหลังนี้มาก
"ค่ายอาสาพัฒนา"
เพราะฉะนั้นอย่าเอาความคิดส่วนตัวมาตัดสินความคิดเธอ
ทุกการตัดสินใจมาจากความรู้สึกจริงๆ
ไม่เกียวกับอคติใดๆทั้งนั้น
และอยากให้รู้ไว้ด้วยว่า มิตรภาพที่เธอมอบให้ทุกคน
มีค่ากว่าคนที่ทรยศต่อความรู้สึกดีดีของเธอแค่คนเดียว
.......................................................................
ขอบคุณดินแดนแห่งนี้"ค่ายอาสาพัฒนา"ที่หยิบยื่นประสบการณ์ดีดีให้เรา
ขอบคุณ เพื่อน พี่ น้อง ทุกคนที่หยิบยื่นมิตรภาพที่บริสุทธิ์และสวยงามให้เราได้สัมผัส
ขอบคุณประสบการณ์เลวร้ายที่สอนเราให้เติบโตและเข้มแข็งขึ้น
ขอบคุณคนทรยศที่สอนเราให้รู้จักคนมากขึ้น
ป.ล.ทุกอย่างอาจเป็นความผิดของเราก็ได้ที่เป็นคนไม่ค่อยคิดอะไร
เลยแสดงความสนิทสนมมากเกินไป
จนลืมมองย้อนไปว่าการกระทำของเราเองอาจทำให้คนอีกคนคิดอะไรเกินเลยไป
ต่อไปจะจำไว้ว่าผู้ชายถ้าไม่ใช่
พ่อเรา น้องเรา พี่เรา ญาติเรา
ถ้าสนิทสนมกะมันมากมันคิดไปไกลทั้งนั้นแหละ เชื่อกู
ท้ายจริงจริง
ให้ทุกคนเข้าใจกูด้วย
อย่าตัดสินกูถ้ายังไม่รู้จักกูดีพอ
กูรู้ว่าเรื่องนี้ทำให้หลายคนอึดอัด กูก็อึดอัด
จะให้กูทำไง ก็กูไม่อยากคุย
กูไม่อยากพูดคำนี้หลอกนะมันแรง
แต่ถ้าไม่พูดกูก็ไม่สบายใจ
กูมีนิสัยอย่างถ้ากูไม่ชอบใครถึงขั้นเกลียดกูก็ไม่อยากคุยด้วย
หวังว่าทุกคนคงเข้าใจนะ
กูกะเค้าไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกัน
อย่าคิดว่าการตัดสินใจของกูมีสาเหตุมาจากเค้า
มันไม่ใช่และกูไม่ปลื้ม
จบ
|
|
|||||
|
|